มือใหม่เลือกธนู Compound

 

ความแรง ความแม่น ความง่ายในการยิง และอื่นๆอีกมากมายอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณชอบธนู Compound ถึงแม้ว่ารูปร่างของคันธนูแบบนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นตาใครหลายๆคน อย่างไรก็ตามหลายคนที่ได้ลองยิงก็มักจะติดใจ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ติดใจธนูแบบนี้แล้วละก็ ขั้นต่อไปก็คือหาธนูสักคันที่เหมาะกับคุณ 

ในปัจจุบันธนู Compound นั้นมีหลายยี่ห้อและหลายรุ่นมาก จนไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะงงและตัดสินใจเลือกไม่ถูก ว่าจะเลือกคันไหนดี ทางทีดีที่สุดก็คือการได้ลองยิงคันแต่ละรุ่นแล้วเปรียบเทียบกัน แต่หากจะลองยิงทุกรุ่นเลยก็คงเสียเวลามากเกินไป ฉะนั้นในวันนี้เราก็จะมาลองอธิบายกันคร่าวๆ ว่าธนูแบบนี้มีการแบ่งประภทอย่างไรบ้าง แต่ละรุ่นมีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร เพื่อให้มีไอเดียคร่าวๆ ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ขั้นแรกจะแบ่งธนู Compound ออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกันคือ 

- ธนูแบบเริ่มต้น: ยิงง่าย ใครๆก็ยิงได้
- ธนูแบบ Hunting: ยิงสนุก ลูกธนูพุ่งเร็ว
- ธนูแบบแข่งขัน: ยิงแม่น ประสิทธิภาพสูง

โดยธนูทั้ง 3 กลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของรูปทรง รูปไปถึงเทคโนโลยีในการผลิตต่างๆ ต่อไปลองมาดูรายละเอียดกันว่าแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร มีธนูรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง และรุ่นไหนน่าจะเป็นธนูที่เหมาะกับคุณ

 

ธนู Compound แบบเริ่มต้น

ตรงตามชื่อของธนูกลุ่มนี้ ก็คือเป็นธนูที่ออกแบบมาสำหรับมือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มหัดยิงโดยเฉพาะ ธนูในกลุ่มนี้จะมีราคาไม่แพง เหมาะสำหรับคนที่อยากเล่นเป็นกิจกรรมสนุก จุดเด่นที่สำคัญของธนูในกลุ่มนี้ก็คือเป็นคันที่ใครก็ยิงได้สามารถปรับให้พอดีกับผู้ยิงได้ในช่วงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย คนตัวเตี้ย คนตัวสูง ก็ปรับให้พอดีได้หมด

อย่างไรก็ตามธนูในกลุ่มนี้เป็นแค่ธนูแบบเริ่มต้น ในเรื่องของประสิทธิภาพและความแม่นยำก็คงสู้ธนูในอีก 2 กลุ่มที่เหลือไม่ได้ ฉะนั้นธนูในกลุ่มนี้ ก็จะเหมาะสำหรับคนที่อยากได้ธนูมายิงเป็นกิจกรรมยามว่าง หากคุณคิดว่าจะเล่นกีฬานี้ไปยาวๆ และไม่อยากเสียเงินหลายรอบ ก็อาจจะมองข้ามกลุ่มนี้ไปก่อน และเลือกคันที่ดีกว่านี้ไปทีเดียวเลยก็ได้ 

สำหรับในกลุ่มธนู Compound แบบเริ่มต้น ก็มีอยู่หลายรุ่นที่น่าสนใจด้วยกัน ได้แก่

 

Diamond Infinite Edge Pro 

หนึ่งในรุ่นธนูที่ขายดีที่สุดของ Diamond เรียกได้ว่าเป็นธนูรุ่นขวัญใจมหาชน ต้องบอกเลยว่าไม่ว่าคุณจะไปสนามธนูที่ไหนก้ตาม มีโอกาสสูงมากที่จะต้องมีใครสักคนกำลังใช้ธนูรุ่นนี้ยิงอยู่ในสนาม เพราะด้วยคุณภาพที่ดีในราคาสุดคุ้ม ทำให้การตัดสินใจเลือกคันรุ่นนี้นั้นไม่ได้ยากเลย สิ่งที่เป็นจุดเด่นสำหรับธนูรุ่นนี้นอกจากช่วงการปรับตั้งที่กว้างมากแล้ว ก็คือความรู้สึกในการยิงที่นุ่มและยิงสบาย เหมาะกับนักธนูมือใหม่ที่เพิ่งเริมหัดยิงธนูเป็นอย่างดี

ราคา: 14,000 บาท

ความยาวคัน (Axle to Axle): 31.5 นิ้ว

ความเร็วลูกธนู: 310 fps (IBO)

ระยะดึง (Draw Length): 13-31 นิ้ว

น้ำหนักดึง (Draw Weight): 5-70 ปอนด์

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.archerythai.com/diamond-infinite-edge-pro.html

 

 

Diamond Prism

นอกจาก Infinite Edge Pro แล้ว ทาง Diamond ก็มีธนูแบบเริ่มต้นอีกรุ่นหนึ่งที่คล้ายๆกัน ก็คือ Prism ซึ่งมีลักษณะโดยรวมใกล้เคียงกับ Infinite Edge Pro โดยปรับให้มีน้ำหนักดึงที่เบาลง และเพิ่มสีสันให้สะดุดตามากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่เบื่อกับสีโทนเดิมๆ อย่างสีดำและลายพราง หรือคุณผู้ชายที่อยากให้แฟนสาวหรือภรรยา มายิงธนูด้วยกัน ธนูคันนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ราคา 13,000 บาท

ความยาวคัน (Axle to Axle): 31 นิ้ว

ความเร็วลูกธนู: 295 fps (IBO)

ระยะดึง (Draw Length): 18-30 นิ้ว

น้ำหนักดึง (Draw Weight): 5-55 ปอนด์

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.archerythai.com/diamond-prism.html

 

Hoyt Klash

 

ข้ามมาที่แบรนด์ธนูชั้นนำอย่าง Hoyt กันบ้าง ซึ่งก็มีคันธนูระดับเริ่มต้นเช่นเดียวกัน โดยรุ่นนี้ออกมาใหม่ในปี 2017 และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีในอเมริกา สิ่งที่หลายคนติดใจเกี่ยวกับคันธนูรุ่นนี้ก็คือระบบรอกตัวใหม่ที่ชื่อว่า Klash Cam ซึ่งช่วยให้ดึงสายได้นุ่ม โดยไม่สะดุด หากเทียบกับคันรุ่นอื่นๆที่มีน้ำหนักดึงสายเท่ากันแล้ว จะดึงง่ายกว่าอย่างรู้สึกได้ นอกจากนั้นระบบการปรับระยะดึงก็ง่ายและไม่ซับซ้อน 

ราคา  17,500 บาท

ความยาวคัน (Axle to Axle): 28 นิ้ว

ความเร็วลูกธนู: 300 fps (ATA)

ระยะดึง (Draw Length): 18-29 นิ้ว

น้ำหนักดึง (Draw Weight): 15-50 ปอนด์

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.archerythai.com/hoyt-klash.html

 

 

 

ธนู Compound แบบ Hunting

ใครที่มองหาธนูดีๆสักคัน แล้วคิดว่าจะเล่นไปยาวๆ แต่ก็ไม่อยากลงทุนแพงมากจนเกินไป ธนูในกลุ่มนี้นั้นน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด ด้วยประสิทธิภาพที่ดี ในราคาที่สมเหตุสมผล ถึงแม้ว่าธนูแบบ Hunting เป็นธนูที่ถูกออกแบบมาเพื่อการล่าสัตว์ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าธนูแบบนี้จะต้องเอาไปล่าสัตว์อย่างเดียวเท่านั้น สามารถเอามาใช้ยิงเป้าธรรมดาได้อย่างไม่ปัญหา ด้วยความที่ถูกออกแบบมาให้ใช้ในการล่าสัตว์ ดังนั้นธนูในกลุ่มนี้จะให้ความเร็วลูกธนูที่สูงมาก และมีขนาดสั้นนำติดตัวเข้าป่าได้สะดวก เป็นธนูยิงสนุกและเร้าใจ ในขณะเดียวกัน ราคาก็ไม่ได้สูงจนเกินไป คนที่อยากยิงแบบจริงจัง แต่ก็ไม่ได้จะถึงขั้นเอาไปยิงแข่งขันกับใคร ก็ลองดูธนูในกลุ่มนี้ก็ได้

 

Hoyt Charger

Charger นั้นเรียกได้ว่าเป็นธนูรุ่นที่ทำให้ตลาดธนูแบบ Hunting ในราคาระดับกลางๆ เป็นที่นิยมขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากในช่วงยุคหนึ่ง คนส่วนใหญ่ จะเล่นธนูราคาถูกไปเลยหรือแพงไปเลย เพราะคันระดับกลางให้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับธนูแบบเริ่มต้นมากกว่าธนูระดับท็อป ทำให้ตลาดราคาระดับกลางไปได้ไม่ดีนัก จนกระทั่งมีรุ่นนี้ออกมา ซึ่งเป็นธนูราคาไม่แพงที่ให้คุณสมบัติใกล้เคียงกับธนูแพงๆ ทั้งความเร็วลูก วัสดุที่ใช้ และความแม่นยำ ในราคาแค่ครึ่งเดียว ถ้าเทียบความคุ้มแบบบาทต่อบาทแล้ว Charger น่าจะเป็นตัวที่คุ้มที่สุดก็ว่าได้

ราคา 22,000 บาท

ความยาวคัน (Axle to Axle): 31 นิ้ว

ความเร็วลูกธนู: 325 fps (ATA)

ระยะดึง (Draw Length): 24-26.5 นิ้ว

น้ำหนักดึง (Draw Weight): 40-50 ปอนด์, 50-60 ปอนด์, 60-70 ปอนด์

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.archerythai.com/hoyt-charger.html

 

 

 

Hoyt PowerMax

หลังจากความสำเร็จของ Charger แล้ว Hoyt ก็ได้ออกธนูแบบ Hunting ราคาระดับกลางๆ เพิ่มมาอีกหนึ่งรุ่นก็คือ PowerMax ซึ่งมีปรับปรุงเพิ่มเติมจากขึ้นโดยเปลี่ยนระบบรอกให้ดึงได้ง่ายขึ้นและปรับช่วงระยะดึงได้กว้างขึ้น เรียกง่ายๆว่าเป็นขั้นอัพเกรดของ Charger นั่นเอง 

ราคา 27,000 บาท

ความยาวคัน (Axle to Axle): 31 นิ้ว

ความเร็วลูกธนู: 328 fps (ATA)

ระยะดึง (Draw Length): 25.5-30 นิ้ว

น้ำหนักดึง (Draw Weight): 40-50 ปอนด์, 50-60 ปอนด์

ข้อมูลเพิ่มเติม  http://www.archerythai.com/hoyt-powermax.html

 

 

Bear Arena

 

Bear เป็นแบรนด์ธนูอีกยี่ห้อหนึ่งที่มีประวัติและชื่อเสียงมาเป็นเวลานาน ด้วยความที่ Bear เริ่มต้นมาจากการผลิตธนู Traditional ทำให้สิ่งที่เป็นจุดเด่นของธนูยี่ห้อนี้คงหนีไม่พ้นความสวยงามและคลาสสิคที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งความคลาสสิคนี้ก็ถูกถ่ายทอดมาสู่ธนู Compound ด้วยเช่นกัน ใครที่ได้เห็น Bear Arena เป็นครั้งแรก ส่วนใหญ่จะชอบทันที ด้วยรูปทรงและการทำสี ที่ต่างจากธนูยี่ห้ออื่นๆ ทำให้ดูเด่นและน่าใช้ โดยคันรุ่นนี้นั้นเป็นรุ่นท็อปของ Bear ในตระกูลคัน Hunting พอได้ลองยิงแล้วก็ถือว่าเป็นคันที่ดีมาก แทบจะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในการยิงเลย 

มีให้เลือก 2 ขนาดความยาวคันคือ 30 นิ้ว และ 34 นิ้ว สำหรับคัน 30 นิ้วก็จะมีขนาดที่กะทัดรัดกว่า ให้ความเร็วลูกสูงกว่า สำหรับใครที่ชอบยิงแบบนุ่มๆสบายๆ คัน 34 นิ้วก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

 

  Bear Arena 30 Bear Arena 34
ความยาวคัน (Axle to Axle) 30.5 นิ้ว 34นิ้ว
ความเร็วลูกธนู 345 fps (IBO) 340 fps (IBO)
ระยะดึง (Draw Length) 25.5-30 นิ้ว 26.5-31 นิ้ว
น้ำหนักดึง (Draw Weight) 50-60 ปอนด์ 50-60 ปอนด์

 

ข้อมูลเพิ่มเติม Bear Arena 30 http://www.archerythai.com/bear-arena-30.html

                     Bear Arena 34 http://www.archerythai.com/bear-arena-34.html

 

 

Diamond Deploy SB

 

มาที่คันธนูคาร์บอนกันบ้าง วัสดุอย่างหนึ่งที่เริ่มเป็นที่นิยมในการนำมาผลิตธนูก็คือคาร์บอน ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าอลูมิเนียม ในขณะเดียวกันก็ให้ความแข็งแรงที่มากกว่า นอกจากนั้นคาร์บอนก็ยังช่วยซับแรงกระแทกที่คันธนู ช่วยให้ยิงได้นุ่มขึ้นอีกด้วย สำหรับ Deploy SB นั้นเป็นหนึ่งในธนูที่เบาที่สุดในปัจจุบัน ใครที่อยากได้ธนูที่มีน้ำหนักเบาและยิงนุ่มด้วยอารมณ์แบบธนูคาร์บอน Deploy SB ก็คงต้องมาเป็นตัวเลือกลำดับแรก

ราคา 25,000 บาท

ความยาวคัน (Axle to Axle): 31.5 นิ้ว

ความเร็วลูกธนู: 330 fps (ATA)

ระยะดึง (Draw Length): 26-30.5 นิ้ว

น้ำหนักดึง (Draw Weight): 40-50 ปอนด์, 50-60 ปอนด์

ข้อมูลเพิ่มเติม  http://www.archerythai.com/diamond-deploy-sb.html
 

 

Hoyt Pro Defiant และ Carbon Defiant

           

ถ้าพูดถึงธนูที่เป็นขั้นสุดของธนูแบบ Hunting ก็คงต้องยกให้ ​Defiant Series ของ Hoyt อย่างแน่นอน เพราะธนูในตระกูลนี้จัดเต็มด้วยทุกอย่างที่จะทำให้คุณยิงธนูได้อย่างสนุก โดยให้ความเร็วลูกธนูสูง ในขณะเดียวกันก็ยิงได้นุ่มแบบไร้แรงสั่นสะเทือน ในตระกูลนี้มีทั้งรุ่นที่เป็นด้ามอลูมิเนียมและรุ่นที่เป็นคาร์บอน โดยทั้งสองวัสดุก็จะมีให้เลือก 3 แบบด้วยกัน คือ

- แบบ 30 นิ้ว คันสั้นกระทัดรัด

- แบบ 34 นิ้ว คันยาวขึ้น ยิงง่ายขึ้น

- แบบ Turbo ความเร็วลูกธนูสูงสุดๆ แต่ควบคุมคันได้ยากขึ้น

  Pro Defiant 30 Pro Defiant  34 Pro Defiant Turbo Carbon Defiant Carbon Defiant 34 Carbon Defiant Turbo
ราคา 40,000 บาท 43,000 บาท 43,000 บาท 53,000 บาท 56,000 บาท 56,000 บาท
ความยาวคัน
(Axle to Axle)
30.5 นิ้ว 34 นิ้ว 33 นิ้ว 31 นิ้ว 34 นิ้ว 33 นิ้ว
ความเร็วลูกธนู 331 fps (ATA) 325 fps (ATA) 350 fps (ATA) 331 fps (ATA) 325 fps (ATA) 350 fps (ATA)
ระยะดึง
(Draw Length)

24-26 นิ้ว
26-28 นิ้ว
28-30 นิ้ว

25-27 นิ้ว
27-29 นิ้ว
29-31 นิ้ว
24-26 นิ้ว
26-28 นิ้ว
28-30 นิ้ว
24-26 นิ้ว
26-28 นิ้ว
28-30 นิ้ว
25-27 นิ้ว
27-29 นิ้ว
29-31 นิ้ว
24-26 นิ้ว
26-28 นิ้ว
28-30 นิ้ว
น้ำหนักดึง
(Draw Weight)
50-60,60-70 50-60,60-70 50-60,60-70 50-60,60-70 50-60,60-70 50-60,60-70

 

 

 

 ธนู Compound แบบแข่งขัน

ยิงธนูเป็นกีฬาที่วัดกันด้วยความแม่นยำ ดังนั้นธนูที่ดีที่สุดก็คือธนูที่จะช่วยให้คุณยิงได้แม่นที่สุดนั่นเอง ธนูในระดับแข่งขันนั้นจะมีขนาดคันที่ยาวกว่าธนูแบบอื่นๆ เพื่อให้เล็งได้นิ่งยิ่งขึ้น นอกจากนั้นคันธนูในกลุ่มนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าความเสถียรสูงกว่าธนูแบบอื่นๆ คำว่าเสถียรในที่นี้ ก็คือความสม่ำเสมอในการยิงแต่ละลูก เปรียบง่ายๆก็คือคันธนูที่ดี ลูกธนูจะพุ่งออกไปด้วยความเร็วเท่าเดิมทุกครั้ง ในขณะที่ธนูธรรมดา จะมีความแตกต่างในแต่ละลูกที่ไม่เท่ากัน ส่งผลให้ความแม่นยำน้อยกว่า สำหรับใครที่เล่นกีฬานี้อย่างจริงจัง ก็จะมาจบที่ธนูในกลุ่มนี้ไม่ช้าก็เร็ว หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบเสียเงินหลายรอบ ธนูในกลุ่มนี้รับรองว่าซื้อครั้งเดียวจบ 

 

Hoyt Prevail

 

 

ในเวทีการแข่งขันระดับโลก แบรนด์ธนูที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น Hoyt ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด สำหรับปี 2017 ก็มีธนูแข่งขันรุ่นใหม่ออกมาก็คือ Prevailโดยหลังจากเปิดตัวออกมา นักกีฬาหลายคนได้นำไปใช้คว้าชัยชนะมาแล้วทั่วโลก สิ่งที่ทำให้ Prevail ต่างจากธนูรุ่นอื่นๆ คือความสมดุลของคัน ทำให้เล็งได้นิ่งสุดๆ รวมไปถึงความเสถียรที่มากจนเหลือเชื่อ รวมไปถึงมีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ช่วยให้เรายิ่งได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่น Adjustable Grip และ Cable Guard ที่ปรับองศาได้ และระบบรอก X3 ที่ให้ความสมดุลระหว่างความเร็วลูกธนูและความสบายในการยิง ณ เวลา ถ้าคุณอยากได้ธนูที่ดีที่สุด ก็ต้องเป็น Hoyt Prevail รุ่นนี้

 มีให้เลือก 2 ขนาดความยาวคัน คือ 37 และ 40 นิ้ว โดยคัน 37 นิ้วจะให้ความเร็วลูกที่สูงกว่า และความรู้สึกในการยิงที่กระชับกว่า ในขณะที่คัน 40 นิ้ว ให้ความนิ่งในการเล็งที่มากกว่า

ราคา 63,000 บาท

 ข้อมูลเพิ่มเติม Hoyt Prevail 37 http://www.archerythai.com/hoyt-prevail-37.html

                     Hoyt Prevail 40 http://www.archerythai.com/hoyt-prevail-40.html

 

 

Hoyt HyperEdge

 

 

HyperEdge เป็นธนูระดับท็อปที่ออกแบบมาสำหรับการยิงแข่งขัน Field Archery ซึ่งเป็นการยิงในสภาพภูมิประเทศ ไม่ใช่สนามหญ้าเรียบแบบการแข่งขันทั่วไป ดังนั้นจึงมีการออกแบบมาให้ผู้ยิงใช้แรงน้อยลง ดึงสายได้ง่ายขึ้น และควบคุมคันธนูได้เป็นอย่างดี ต่างจาก Prevail ซึ่งเป็นธนูที่ออกแบบมาสำหรับการแข่งขันที่จริงจัง ทำให้การโฟกัสหลายๆจุดในเชิงการออกแบบ HyperEdge นั้นต่างจาก Prevail ดังนั้น HyperEdge จึงตอบโจทย์ที่ต่างจาก Prevail และเป็นทางเลือกของคนที่ชอบยิงนุ่มๆ สบายๆ และต้องการความแม่นยำที่มากที่สุด

ราคา 63,000 บาท

ความยาวคัน (Axle to Axle): 36 นิ้ว

ความเร็วลูกธนู: 325 fps (ATA)

ระยะดึง (Draw Length): 25.5-27.5 นิ้ว, 27.5-29.5 นิ้ว, 29.5-31.5 นิ้ว

น้ำหนักดึง (Draw Weight): 40-50 ปอนด์, 50-60 ปอนด์

ข้อมูลเพิ่มเติม  http://www.archerythai.com/hoyt-hyperedge.html
 

 

 

 

Hoyt Freestyle

 

สำหรับคนที่อยากจะประหยัดงบลงมา แต่ก็ยังสนใจในธนูแบบแข่งขัน Freestyle ก็เป็นธนูที่ดีรุ่นหนึ่ง ราคาไม่แพงมาก แต่ก็ยิงดี สิ่งที่ต่างจากคันรุ่นท็อป คือส่วนของของ limb ที่ผลิตจากไฟเบอร์กลาส ไม่ใช่คาร์บอนอย่างสองรุ่นข้างบน ถึงแม้โดยรวมแล้วจะสู้รุ่นท็อปไม่ได้ แต่ด้วยราคาขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่าคุ้มมากๆ

ราคา 33,000 บาท

ความยาวคัน (Axle to Axle): 39 นิ้ว

ความเร็วลูกธนู: 308 fps (ATA)

ระยะดึง (Draw Length): 25.5-27 นิ้ว

น้ำหนักดึง (Draw Weight):  50-60 ปอนด์

ข้อมูลเพิ่มเติม  http://www.archerythai.com/hoyt-freestyle.html

 

 

 

อย่างที่เห็นกันไปว่าธนู Compound มีมากมายหลายรุ่นจริงๆ การเลือกให้ได้คันที่เหมาะกับเรามากที่สุดนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เพียงต้องให้เวลาและเข้าใจความแตกต่างของแต่ละรุ่น ลองดูว่ารุ่นไหนน่าจะใกล้เคียงกับความต้องการเรามากที่สุด ยังไม่ได้ต้องรีบตัดสินใจเด็ดขาดทันที อาจจะเก็บตัวเลือกไว้ 2-3 รุ่นก่อน แล้วค่อยมาตัดสินใจตอนที่ไปร้านธนูแล้วได้ลองยิงเปรียบเทียบก่อนก้ได้ ถ้าได้ธนูที่ถูกใจ รับรองว่าคุณจะสนุกกับกีฬานี้ไปได้อีกนานแน่นอน